งานประเพณีบุญ "บั้งไฟล้าน ตำนานม้าคำไหล" ณ หนองศรีเจริญ ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี 30 เม.ย. - 6 พ.ค.58
ที่ บริเวณลานเจดีย์พระศรีมหาธาตุ วัดศรีเจริญโพนบก บ้านธาตุ ตำบลบ้านธาตุ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี นายอดุล จันทนปุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายพงษ์พันธ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอเพ็ญ นายพูลศักดิ์ อยู่ประเสริฐ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี พ.ต.อ.รักพงษ์ รัตนพงษ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรเพ็ญ นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส. นายพุทธกาล พันธ์ทอง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านธาตุ และคณะ แถลงข่าวการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟล้าน ตำนานม้าคำไหล ประจำปี 2558
จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี อำเภอเพ็ญ และเทศบาลตำบลบ้านธาตุ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี และหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟล้าน ตำนานม้าคำไหล ประจำปี 2558 เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกว่าที่อื่น เพราะบั้งไฟแต่ละบั้งที่จุดไปเป็นบั้งไฟบูชาองค์พระธาตุทั้งนั้น เกิดขึ้นจากการที่ทุกคนมาบวงสรวงไว้ บนบานไว้ มาแก้บนเพราะประสบความสำเร็จ เป็นประเพณีที่ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษรักษาไว้สืบทอดกันมา โดยเฉพาะขบวนม้าคำไหล ที่เป็นตำนานสืบต่อกันมาควบคู่กับประเพณีบุญบั้งไฟของชาวบ้านธาตุ หากไม่ใช่เทศกาลงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านธาตุ คือ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ห้ามนำม้าคำไหลออกจากหอโฮง ที่วัดศรีเจริญโพนบกโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะเกิดอาเพศขึ้นในหมู่บ้าน อันเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมาของชาวบ้านธาตุตั้งแต่กาลก่อนจนถึงปัจจุบัน
ม้าคำไหล เป็นม้าทรงพระศรีธาตุ ซึ่งเป็นเจ้าเมืองที่ปกครองบ้านธาตุในหลายร้อยปีก่อน โดยเจ้าบ้านเจ้าเมืองจะมีม้าเป็นพาหนะเพื่อใช้ในการเดินทางและตรวจเยี่ยม ราษฎร ประหนึ่งว่าเมื่อมีการละเล่นม้าคำไหลเมื่อไหร่ ก็เปรียบเสมือนการอัญเชิญ ดวงวิญญาณพระศรีธาตุ และม้าคำไหลมาประทับทรงในคราเดียวกัน เพื่อออกเยี่ยมประชาราษฎรไปด้วย ซึ่งม้าคำไหลนี้พระศรีธาตุได้เกิดนิมิตว่าเป็นม้าทรงของเจ้าชายสิทธัตถะ(พระ พุทธเจ้า) ซึ่งมาจุติเป็นม้าทรงของพระศรีธาตุ ซึ่งจะได้พบในทางทิศเหนือของเมืองขณะนั้น เมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้าก็ให้คนเดินทางไปดูในทิศเหนือที่นิมิตฝันก็พบม้าสี นิล กำลังเล็มหน้าอยู่ และเมื่อให้คนไปจับมาขี่ก็ไม่มีใครสามารถทดลองขี่ได้ เมื่อพระศรีธาตุได้เข้าใกล้และก็สามารถขี่ไปได้อย่างสบาย
หลังจากทราบเรื่องราวจากร่างทรงแล้ว จึงกำหนดให้มีการบวงสรวงดวงวิญญาณการทรงม้า และบวงสรวงอัญเชิญดวงวิญญาณพระศรีธาตุประทับร่างทรงม้า ที่ชาวบ้านมักพูดติดปากว่า ปู่พระศรีมหาธาตุ ไปพร้อมๆกัน ซึ่งการละเล่นม้าคำไหลนอกจากจะมีการวิ่งไปตามขบวนแห่เซิ้งบั้งไฟในกลางวัน แล้ว ตลอดคืนยังออกเที่ยวเยี่ยมบ้านเรือนในหมู่บ้านเกือบทุกหลังคาเรือน ชาวบ้านจะคอยเปิดประตูไว้ เมื่อม้าคำไหลไปถึงบ้านเรือนใดจะวิ่งรอบทั่วบนบ้าน ชาวบ้านจะถวายจตุปัจจัยตามแต่ศรัทธา โดยจะถือว่าเป็นการให้น้ำให้หญ้า ในคณะเดินทางม้าคำไหลจะมีผู้ชายที่คอยเปลี่ยนหมุนเวียนกันขี่ม้า ที่มีตัวม้าคำไหลเป็นร่างทรง
ความเชื่อและศรัทธาที่มีต่อม้าคำไหลมีมาก ขึ้น ในสมัยที่นายอำเภอชุบ มาเปิดงานบุญบั้งไฟที่บ้านธาตุ สั่งตำรวจจับคณะที่เล่นม้าคำไหล เนื่องจากมีการเล่นโคลนและมีการวิ่งชนชาวบ้าน และมองเห็นว่าเมื่อชนใครจะต้องให้เงิน แม้จะหนีโดยไม่มีการเกรงใจ ซึ่งมองว่าดูไม่เหมาะสม ทันทีที่ตำรวจจับคนเล่นม้าคำไหลทำให้เกิดการปวดท้องอย่างรุนแรงล้มลงทันใด จะทำอย่างไรก็ไม่หาย ซึ่งคราวนั้นก็มีคนแนะนำให้ปล่อยคนเล่นม้าคำไหลที่ถูกจับ ทำให้นายอำเภอชุบหายเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์ และทำให้ความเชื่อด้านความศักดิ์สิทธิ์ในการละเล่นม้าคำไหลเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการดำเนินการเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน
ซึ่งงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2558 การแข่งขันวิ่งเพื่อสุขภาพ “บ้านธาตุมินิมาราธอน” วันที่ 30 เมษายน 2558 ชมการประกวดธิดาบั้งไฟล้านตำนานม้าคำไหล ณ บริเวณริมหนองศรีเจริญ วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 ชมการประดับตกแต่งขบวนแห่บั้งไฟล้าน และการละเล่นต่างๆที่จะนำเข้าประกวดแข่งขัน การแสดงโชว์ศิลปะการต่อสู้การชกมวยไทย วันที่ 2 พฤษภาคม 2558 พิธีอัญเชิญม้าคำไหล บริเวณลานเจดีย์พระศรีมหาธาตุ วัดศรีเจริญโพนบก พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการชมการประกวดขบวนแห่ ขบวนเซิ้ง การละเล่นพื้นเมือง และขบวนธิดาบั้งไฟล้าน ตำนานม้าคำไหล วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 ชมการจุดบั้งไฟล้าน บั้งไฟแสนและบั้งไฟหมื่น ณ บริเวณหนองศรีเจริญ และวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2558 ชมการจุดบั้งไฟหมื่น จำนวนมากกว่า 2,000 บั้ง เป็นการจุดถวายองค์พระธาตุที่วัดศรีเจริญโพนบก ณ หนองศรีเจริญ
แหล่งที่มา : www.banthat.go.th